ดูแลตัวเองเมื่อโรคกระเพาะกำเริบ

โรคกระเพาะ เป็นโรคยอดฮิตที่มีคนป่วยด้วยโรคนี้จำนวนมาก ซึ่งเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยแต่โรคกระเพาะมักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานมากที่สุด เนื่องจากภาวะสังคมในปัจจุบันที่เร่งรีบทำให้มีการเกิดโรคนี้มากขึ้น โรคกระเพาะเกิดจากสาเหตุใดไม่ทราบแน่ชัด ส่วนใหญ่มักเกิดจากความวิตกกังวล เครียด รวมถึงการทานอาหารที่ไม่เป็นเวลาทำให้เกิดภาวะของโรคนี้ขึ้นมาได้ ความเครียดส่งผลให้เกิดการกระตุ้นกรดให้หลั่งออกมามากขึ้น แต่บางครั้งภาวะเครียดก็ไม่ใช่ปัจจัยที่ต้องเกิดโรคกระเพาะเสมอไป บางครั้งเมื่ออาการกำเริบทำให้ผู้ป่วยคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่ความจริงแล้วอาจไม่ใช่ บางครั้งโรคกระเพาะมักเกิดจากการทานอาหาร เช่น อาหารรสจัด หรืออาหารจำพวกกาแฟ หรือ ชา ซึ่งประกอบด้วยคาเฟอีน ทั้งนี้ผู้ป่วยควรงดในช่วงที่เป็นโรคกระเพาะ ส่วนมากแล้วผู้ป่วยโรคกระเพาะหรืออาหารกระเพาะกำเริบ ประมาณ 80 – 90 % หมอจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะในการซักถามประวัติคนไข้และอาการที่เป็น ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการกระเพาะธรรมดาหรือชนิดไม่มีแผล แต่ถ้าผู้ป่วยมาในอาการรุนแรงหมอจะส่องกล้องเพื่อตรวจหาก้อนเนื้อหรือมะเร็ง โรคกระเพาะสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้แต่ต้องใช้เวลาในการรักษา ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะไม่รุนแรงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยทานยาและอาหารอ่อนๆและย่อยง่ายไปก่อน รวมถึงควรเลี่ยงอาหารรสจัด และ พวกกาแฟ, ชา, น้ำอัดลม, ของทอด ในช่วงรักษาตัว นอกจากนี้ยังควรเลี่ยงผลไม้ที่มีกรดและวิตามินซีสูงด้วย
Read More ...ดูแลตัวเองเมื่อโรคกระเพาะกำเริบ

การใช้น้ำมันให้เกิดประโยชน์

น้ำมันแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ น้ำมันพืช ซึ่งแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิดตามที่มา และ น้ำมันจากสัตว์ ส่วนมากจะเป็นน้ำมันหมูน้ำมันจากสัตว์ มักได้จากไขมันสัตว์โดยตรง เช่น การนำไขมันหมูทอดทิ้งไว้ในกระทะเพื่อรีดเอาน้ำมันออก น้ำมันหมูที่ได้จะมีสีใสและให้กลิ่นหอมใกล้เคียงธรรมชาติ อีกทั้งน้ำมันชนิดนี้มีจุดเกิดควันสูง ทนต่อความร้อนได้ดี จึงเหมาะสำหรับทอดอาหารที่ต้องการใช้ไฟแรง ในขณะที่น้ำมันจากพืช จะต่างจากน้ำมันหมูตรงที่ต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนกว่า ทั้งการกลั่น ฟอกสี และแต่งกลิ่นก่อนนำมาบรรจุขวดขาย ส่วนจุดเกิดควันจะต่างกันไปตามชนิดของพืชที่ใช้ น้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัว อย่าง น้ำมันคาโนล่าและน้ำมันถั่ว มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดร้าย LDL และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี HDL มีจุดเกิดควันต่ำ เหมาะแก่การใช้เหยาะหรือคลุกเคล้าอาหาร ขณะที่น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน และน้ำมันข้าวโพด เป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในระดับปานกลาง ส่วนน้ำมันที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงสุดในบรรดาน้ำมันพืชทั้งหมด คือ น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย ซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมันไลโนเลอิค เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และกรดไขมันโอเลอิค เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ทั้งสองชนิดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด และป้องกันไขมันอุดตันได้อีกด้วย น้ำมันอะไรใช้ประกอบอาหารชนิดไหนดี อาหารประเภทผัด ใช้ น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันรำข้าว อาหารที่ต้องทอดไฟแรง […]
Read More ...การใช้น้ำมันให้เกิดประโยชน์

เทคนิคการลดของหวาน

ภาวะแบบนี้เรียกว่าภาวะขาดน้ำตาล ซึ่งทำให้ต้องกินของหวานในปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลเกินความต้องการ น้ำตาลเหล่านั้นจะแปรรูปเป็นไขมันสะสมไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องต่อระบบต่างๆ ในร่างกายอีกมากมาย ทั้งความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯและจะดีกว่าไหมถ้ามีวิธีที่สามารถสร้างความสดชื่น ในขณะเดียวกันก็จำกัดความหวานให้ร่างกายเราในปริมาณที่พอดีด้วย กลับตัวปรับใจ การจำกัดความหวานในช่วงแรก ร่างกายที่เคยชินอาจรู้สึกว่าอาหาร หรือ เครื่องดื่มที่เรารับประทานโดยที่ขาดรสหวานจะไม่คุ้น แต่หากให้เวลากับร่างกายในการปรับตัว ไม่เกิน 10 วัน การรับรสของลิ้นเราจะปรับสภาพให้คุ้นเคยกับรสชาติอาหารที่ไม่หวาน ซึ่งข้อดีคือทำให้เราโหยน้ำตาลน้อยลง เลือกกิน ตัวอย่างของการเลือกกินซึ่งเป็นเบื้องต้นที่ทำได้ทันที คือ เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำที่มี รสหวาน น้ำเปล่าช่วยให้ความสดชื่น กำจัดของเสียในร่างกาย ช่วยให้ระบบลำเลียงอาหารและออกซิเจนในร่างกายสะดวก และยังทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ 8 แก้วต่อวัน จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณสดใสไม่แห้งกร้านก่อนวัย ต่อมาคือเลือกกินผลไม้สดแทนขนมหวาน ผลไม้สดให้ทั้งวิตามิน เกลือแร่ และมีรสหวานจากธรรมชาติทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ดังนั้นการมีผลไม้สดหลากชนิดไว้ในตู้เย็น จะช่วยกำจัดน้ำตาลที่ไม่จำเป็นได้อีกเยอะ ปากต้องสะอาดอยู่เสมอ การแปรงฟัน หรือบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะของหวาน เป็นเหมือนการล้างรสชาติที่ติดอยู่ในปาก การที่เราไม่บ้วนปากทำให้ต่อมรับรสชาติยังทำงาน ทำให้เรายังมีความอยากกินของหวานหรืออาหารอยู่ จึงรู้สึกเอนจอยอีตติ้งมาก นอกจากทำให้อ้วนยังอาจทำให้ฟันผุได้อีกด้วย
Read More ...เทคนิคการลดของหวาน

วิธีการป้องกันดูแลเด็กจากยุงและโรคไข้เลือดออก

– ทิ้งขยะหรือสิ่งของที่น้ำฝนสามารถขังได้ โดยเฉพาะยางรถยนต์เก่า ถังน้ำ สายยาง แจกันดอกไม้ หิ้งพระ หรือภาชนะต่างๆ เพราะยุงลายที่มีเชื้อสามารถมีชีวิตและแพร่พันธุ์ที่ใดก็ได้ที่มีน้ำขัง – ใช้ยาทากันยุงที่มีสาร DEET และ ICARIDIN สำหรับผิวหนังหรือเสื้อผ้า หรือยาจุดกันยุง สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องนอนกลางวัน ควรนอนกางมุ้งหรือเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยไล่ยุงและป้องกันยุงลายกัด โดยเฉพาะช่วงเช้าและใกล้ค่ำซึ่งเป็นเวลาที่ยุงลายออกหากิน ทั้งในบ้านและนอกบ้าน – ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด โดยเฉพาะบริเวณ ขา เข่า คอ หู ยุงลายมักชอบบินมากัดทางด้านหลังข้อเท้าและข้อศอก โดยที่เราไม่รู้ตัว – อย่าประมาทคิดว่าตนเองสุขภาพแข็งแรงแล้วจะไม่เสี่ยง เพราะไข้เลือดออกสามารถเกิดได้ในทุกวัย ทุกสถานะ ทุกสภาพร่างกาย ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นไข้เลือดออกได้โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มีการเพาะพันธุ์และระบาดของยุงลาย – มั่นสังเกตสัญญาณไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง หรือเจ็บที่ชายโครงด้านขวา มักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากไข้เป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกันอาจจะมีอาการทั้งไอและมีน้ำมูกด้วย – หากรู้สึกไม่สบาย หรือสงสัยว่ามีอาการไข้เลือดออก ควรดื่มน้ำเยอะๆ […]
Read More ...วิธีการป้องกันดูแลเด็กจากยุงและโรคไข้เลือดออก

ตาแห้ง

ตาแห้งเป็นภาวะที่มีปริมาณน้ำตาหล่อเลี้ยงผิวตาไม่เพียงพอ สาเหตุหลักมาจากการสร้างน้ำตาน้อยลง หรือน้ำตาระเหยมากไป ส่งผลให้เกิดจากการอักเสบของผิวตา ซึ่งสาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เช่น ผู้ป่วยมีโรคบางอย่างเช่นโรคแพ้ภูมิตนเองที่โรคมีการทำลายเซลล์ของต่อมน้ำตา วัยทองที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย หรือมีการใช้ยาบางอย่าง ยาหยอดตาบางชนิด การรับประทานยาที่ทำให้การสร้างน้ำตาลดลง ผู้ที่มีความผิดปกติของเปลือกตาหรือเส้นประสาทมาเลี้ยงเปลือกตาทำให้หลับตาไม่สนิท มีการกระพริบตาที่ผิดปกติ อาการของโรคตาแห้งมีได้หลายอย่าง เช่น ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกฝืดที่ตา ระคายเคืองเหมือนมีเศษฝุ่นอยู่ในตา แพ้แสง แพ้ลม บางคนอาจมีขี้ตาเป็นเมือกเหนียว ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการเคืองตาน้ำตาไหลมากได้ เนื่องจากการระคายเคืองตากระตุ้นให้ต่อมน้ำตาทำการบีบน้ำตาออกมามาก กรณีที่ตาแห้งมากอาจส่งผลให้ตามัวได้ เมื่อมีอาการต่างๆ เกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกไม่สบายตา คุณภาพชีวิตแย่ลง หากปล่อยให้ตาแห้งเป็นเรื้อรัง จะทำให้เกิดอักเสบของกระจกตา เป็นแผลกระจกตาหรือบางคนร้ายแรงอักเสบติดเชื้อทำให้ตาบอดได้ การรักษาอาจใช้การหยอดน้ำตาเทียมชดเชยน้ำตาธรรมชาติ และฝึกกระพริบตาให้สม่ำเสมอ อาจทำการประคบน้ำอุ่น นวดและฟอกทำความสะอาดเปลือกตาเพื่อกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา รวมถึงลดการเกิดต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันซึ่งเป็นเหตุทำให้มีเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง อันเป็นผลทำให้เกิดตาแห้งได้ ในกรณีที่ตาแห้งและมีการอักเสบของผิวตามาก อาจจำเป็นต้องใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบของผิวตาและเยื่อบุตา ซึ่งกรณีนี้ไม่แนะนำให้ซื้อยาใช้เอง ควรได้รับการตรวจรักษาโดยตรงกับจักษุแพทย์
Read More ...ตาแห้ง